ข่าวทีเด็ดบอลวันนี้ “หงส์” บอล “สังกะสี” ไม่สำเหนียกตัวเอง

ข่าวทีเด็ดบอลวันนี้

ข่าวทีเด็ดบอลวันนี้ “หงส์” บอล “สังกะสี” ไม่สำเหนียกตัวเอง

ข่าวทีเด็ดบอลวันนี้ “หงส์” บอล “สังกะสี” ไม่สำเหนียกตัวเอง ผมชอบนะกับการได้ดูทีมที่ตัวเองเชียร์แล้ว จบเกมโดยไม่ต้องรู้สึก “คาใจ” และควรเป็น ไบรท์ตัน ด้วยซ้ำที่รู้สึกว่าทำไมต้องมาไล่ยิงเพื่อแบ่งแต้มท้ายเกม

แฮทริคฮีโร่ “เลอันโดร ทรอสซาร์ด” ถอนหายใจทันที ที่พิธีกรเอาไมค์จ่อปากพร้อมคำถามว่าผลเสมอคิดว่ามันแฟร์ไหม?

หอก เบลเยียม วัย 27 ปีที่ขึ้นทำเนียบประวัติศาสตร์ top 3 ทำแฮทริคที่ แอนฟิลด์ มองว่า “นกนางนวล” ควรยิงได้มากกว่า 3 ลูก ง่ายๆก็คือผิดหวังที่ได้แค่เสมอ

การเชียร์ “หงส์แดง” ชั่วโมงนี้ต่างจากปีก่อนๆ อย่างสิ้นเชิงครับ สมัยก่อนถ้าทำแต้มหล่นเราจะมีความรู้สึกอยากให้โปรแกรมถัดไปมาถึงไวเพื่อแก้มือ

เพราะอะไร มั่นใจในศักยภาพและแนวทางของทีม แต่ตอนนี้แผนระยะยาวที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ วางไว้มันเริ่ม “ออกฤทธิ์”

ไม่สิ…ต้องบอกว่า “ออกฤทธิ์” มาตั้งแต่เดือนสิงหาคมแล้วแต่กำลังค่อยๆตอกย้ำ สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าให้เห็นว่าความมั่นใจทั้งในความคิดตัวเองและในตัวลูกทีมมันทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่เหลือเค้าทีมเดิมแล้ว

เกมครึ่งแรกเราจะเห็นได้ว่า JK ได้ทีมชุดฟูลกลับมา 99.99% ขาดแค่ หลุยส์ ดิอาซ ที่เดินทางไกลต้องนั่งสำรอง

แต่ในหน้ากระดาษชื่อนักเตะมันใช่ครับแต่ที่ คล็อปป์ ลืมไปคือความ “โรยรา” ของผู้เล่นตัวหลักที่เคยมีคนวิเคราะห์กันว่าพลาดตรงที่ปล่อยให้ “แก่” พร้อมๆกันมากเกินไป

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เลือกที่จะเอาบอลลงมากกว่าโหม่งเคลียร์ก่อนโดนลูกแรกตั้งแต่นาทีที่ 4

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ รู้ทั้งรู้ว่ามีผู้เล่นอยู่ใกล้ๆและร้อยทั้งร้อยกองหลังต้องโหม่งเคลียร์ให้โด่งซื้อเวลาไว้ก่อนแต่ดันพักอกลงจนโดน 2-0 ภายในเวลา 18 นาที

นี่ยังไม่ได้พูดถึง อลิสซอน ช่วยชีวิตก่อนหน้านั้นไม่กี่นาที ไม่เช่นนั้นลูกของ TAA จะเป็นลูกที่ 3

45 นาทีแรกการวิ่งของผู้เล่นทีมเยือนในการ support เกมรุก “ทรงพลัง” กว่า 3 แดนกลางในฝันของเจ้าถิ่นอย่างเห็นได้ชัด บอกว่าคนละชั้นก็ได้นะ (ถ้ายอมรับความจริงกันได้)

วิ่งไล่ขยี้เขาตามเสียงเชียร์ตั้งแต่นกหวีดดังแต่ไม่ดูเลยว่า ไบรท์ตัน บอลระบบดีกว่าเยอะหรืออาจจะรู้อยู่แล้วแต่ขึ้นหลังเสือไปแล้วเล่นในบ้านทำไงได้

สุดท้ายก็วิ่งเหนื่อยเปล่า ยิ่งเพรสพื้นที่ทั้งกลางหลังหลุดเป็นขี้ พอเห็นช่วง 20 นาทีแรกไข่มะตูมที่ซื้อมาพร้อมกับผักลวกกินไม่ลงเลยครับ

ผมเปิดช่อง True HD2 (ไว้ดูจังหวะยิงคู่อื่น) จึงได้ยินผู้บรรยายฝรั่งพูดว่า ไบรท์ตัน ขึ้นเกมรุกมาแต่ละครั้งด้วยความรู้สึกว่าตัวเองจะทำประตูได้

ครับ นี่คือความดื้อของ JK ที่ยังเล่นวิธีเดิมๆตั้งแต่สมัย “หงส์แดง” แดนกลางพ่อทุกสถาบัน ยุค จินี่ ไวจ์นัลดุม

ยังให้หน้าวิ่งเพรส,หลังดันสูงและให้กลางคอยชนโดยไม่ได้สำเหนียกสภาพเด็กๆตัวเอง

ผมได้ยินแว่วๆหูหลังจบเกมเมื่อพิธีกรในห้องส่งของทาง พรีเมียร์ลีก วิเคราะห์หลังจบเกม ทิม เชอร์วู้ด อดีตกองกลาง แบล็คเบิร์น และ สเปอร์ส ตำหนิ เวอร์กิล ฟาน ไดจค์ ที่ฟอร์มไม่เหมือนเดิมและมองว่า ลิเวอร์พูล ควร “back to basic” มากกว่าเล่นเสี่ยงอะไรแบบนี้

ผมกำลังมองไกลไปถึงปัญหาที่ว่า JK ผูกพันกับผู้เล่นมากเกินกับคำว่าเจ้านายลูกน้อง สายสัมพันธ์ที่มันลึกเกินไปทำให้แกไว้ใจ อ็อกซ์เลด เชมเบอร์เลน หรือแม้กระทั่ง นาบิล เกอิต้า จนไม่คิดเสริมแข้งพลังหนุ่ม

ที่กำลังถาโถม ลิเวอร์พูล แบบภัยเงียบคือการ “แป๊ก” ของ ดาร์วิน นูนเญซ ที่เปิดตัวต้นซีซั่นไม่สวยและยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมา (ในเร็ววันนี้) ตลกร้ายไปกว่านั้นคือเราต้องมาเอาใจช่วยให้จับบอลให้อยู่เท้าก่อน

ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องการปรับตัวอะไรแล้วนะ แค่ คล็อปป์ รู้สึกมั่นใจในตัวขุมกำลังเก่ามากกว่าจะส่ง “หนูน”

กลายเป็นทำให้เรารู้สึกว่าการลงงบก้อนใหญ่ที่มีอยู่เมื่อซัมเมอร์ไปให้ นูนเญซ มันไม่ได้ช่วยทำให้ทีมมีพลังมากพอเพราะ JK ยังเลือกใช้ตัวเก่าอย่าง ฟีโน่ และ ดิโอโก้ โชต้า อยู่เช่นเดิม

ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เด็ดขาดคือนี่อาจเป็นเกมที่กากที่สุดในชีวิตของ TAA ซึ่งผมคิดว่าดราม่าการหลุดตำแหน่งในทีมชาติและเสียงวิจารณ์ว่าเล่นได้แค่ในระบบ JK ส่งผลต่อจิตใจลึกๆของน้องมัน

นั่นก็เรื่องนึงแต่เอาแค่พูดถึงการเคลียร์บอลทำอะไรกับบอลในวันนี้ใครดูต้องร้อง “เฮีย” คือน้องแม่ง “จอฟ้า” ปล่อยจอยไม่เอาอะไรแล้ว

ผลเสียของการไม่มีคนมากดดันแย่งตำแหน่งแถมเก็บเอาเรื่องดราม่ามาคิดจนฟอร์มแกว่งกว่าปกติชัดเจน

ทุกทีแค่เกมรับรั่วแต่การวางยาวการเปิดเกมรุกมันยังพอทดแทนได้แค่วันนี้คือทนดูไม่ไหว เล่นบอลเหมือนโดนรมควันในห้องแต่งตัวมา

แต่ในส่วนที่ผมเห็นใจน้องมันก็คือการรับหน้าที่ทั้งรุกทั้งรับจน “แสงออกตีน” มาหลายปีก่อนถูกหลายทีมอัพ patch แก้นี่แหละครับ

เมื่อก่อนพี่ เฮนโด้ ตอนฟิตๆช่วย cover เกรด A มากกว่า F คนเลยอ่ะหยวนๆแต่อย่างที่บอกในเมื่อ TAA มาทรงนี้แล้วถ้า คล็อปป์ กล้าลองของก็ให้เล่นกลางไปเลย

ปัญหาก็วนกลับมาตรงที่ไม่มีแบ็คขวาสำรองซึ่ง คัลวิน แรมซีย์ แข้งดาวรุ่งตัวใหม่ยังไม่ได้ซ้อมกับทีมเลยด้วยซ้ำ

ใครจะตราหน้าว่าผมใจเสาะก็ได้นะครับแต่ด้วยวิธีที่ JK ยังไม่ยืดหยุ่นและเล่นบอลรีดน้ำหนักลูกทีม “โอเวอร์โหลด” โดยไม่ปรับระบบใดๆมันชนะชาวบ้านยากครับ

ยิ่งชุดนี้เริ่มหาตัวผลิตสกอร์ยากขึ้นเรื่อยๆ ต้องให้คนที่เคยมีคนด่าว่าหมดแล้วอย่าง โรแบร์โต้ ฟีร์เมียโน่ กลายเป็นเดอะแบกแค่นี้ก็บอกอะไรได้หมดแล้วนะผมว่า

คู่แข่งรายถัดไปในวันอาทิตย์หน้าที่ผมพูดได้คำเดียวว่าถ้าไม่ใช่ แมนฯซิตี้ ก็ อาร์เซนอล นี่แหละครับที่ผมไม่อยากเจอที่สุด

ต้องยอมรับความจริงว่าศักยภาพ “ปืนใหญ่” แซงหน้าไปแล้ว ก่อนนี้เคยคิดว่า มิเกล อาร์เตต้า อาจต้องรออีก 1-2 ตลาดถึงขยับเวลมาเท่ากัน

แต่ใครได้ดู “จ่าฝูง” เล่นมาตั้งแต่เปิดซีซั่นระบบ และทีมเวิร์คน่ากลัวจัด ระดับบอลของแต่ละทีมแตกต่างกันแค่ไหนดูไม่ยากครับ

การเสียบอลระหว่างทางในแดน 1 และ 2 ของ อาร์เซนอล นี่น้อยมาก พอๆกับ “เรือใบ” เรียกว่าครอบครองเพื่อมาเสี่ยงในแดน 3 ซึ่งคู่แข่งสวนกลับยากที่สุดและหมายความว่าโอกาส ที่คุณโดนยิงน้อยตามไปด้วย

ที่กล่าวมาตรงกันข้ามกับ “หงส์แดง” ที่เสียบอลทุกแอเรียของสนาม และผมมองไม่เห็นทางเลยว่า JK จะเอาอะไรไปสู้ “ปืนใหญ่” ด้วยเกมรับ “สังกะสี” แบบนี้…

สถิติ สถิติ สถิติ

– เลอันโดร ทรอสซาร์ด กลายเป็นนักเตะรายที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่บุกมายิงแฮทริคใส่ที่ แอนฟิลด์ โดยก่อนหน้านี้ ปีเตอร์ เอ็นเลิฟ (โครเวนทรี) 1995 และ อังเดร อาร์ชาวิน (อาร์เซนอล) 2009 เคยทำไว้หนสุดท้าย

– ทรอสซาร์ด ยังเป็นแข้งทีมเยือนคนแรกที่ยิง 2 ประตูในครึ่งแรกที่ แอนฟิลด์ นับตั้งแต่ปี 2008 เมื่อ อารเมียร์ ซากี้ เคยเหมา 2 ให้ วีแกน มาแล้ว